ปี 2569 เลือกกองทุนที่น่าสนใจอย่างไร? คู่มือเริ่มต้นสำหรับนักลงทุนทุกคน

“อยากเริ่มลงทุนแต่ไม่รู้จะไปไหน” แล้วก็รู้สึกหลง ท่ามกลางตัวเลือกกองทุนอีกหลักพันตัว คำตอบง่ายๆ คือ คุณไม่ได้อยู่ตามลำพัง การเลือกกองทุนที่น่าสนใจนั้นไม่ใช่เรื่องสำหรับคนที่มีเงินเยอะหรือประสบการณ์สูงเท่านั้น ทุกคนสามารถเดินเข้าสู่โลกการลงทุนได้อย่างมั่นใจ ผ่านเครื่องมือที่ชื่อว่า “กองทุนรวม” ซึ่งเป็นวิธีที่ผู้จัดการมืออาชีพจะช่วยให้คุณบริหารเงินสด ปี 2569 นี้เสนอโอกาสมากมาย เพราะเมกะเทรนด์สำคัญของโลกกำลังเปลี่ยนแปลง อาจจะเป็นเวลาที่ดีที่สุดที่จะเริ่มต้นหรือปรับพอร์ตของคุณใหม่

เข้าใจตัวเองก่อน - กุญแจแรกในการเลือกกองทุน

ก่อนจะมองหากองทุนที่ “ดี” ที่ถูกใจ ขั้นแรกต้องรู้จักตัวเองให้ดี ลองตอบคำถามสามข้อนี้ให้ตรงใจ:

เพื่ออะไร? คุณลงทุนไปเพื่ออะไรจริงๆ เพื่อเก็บเงินเกษียณ? เพื่อซื้อบ้าน? หรือเพื่อให้ลูกได้การศึกษา? เป้าหมายที่แตกต่างกัน ต้องใช้ประเภทกองทุนที่ต่างกัน

นานเท่าไหร่? เงินนี้คุณอยากให้มันเติบโตได้นานแค่ไหน ถ้ามีเวลา 20-30 ปี คุณสามารถรับความเสี่ยงที่สูงขึ้นได้เพื่อแลกกับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น ถ้ามีแค่ 2-3 ปี ก็ต้องระมัดระวังมากกว่า

นอนหลับได้ไหม? ถ้าเงินของคุณติดลบ 20% ในเดือนหนึ่ง คุณนอนหลับได้สนิทหรือปวดหัวปั่นป่วน? ความเสี่ยงที่คุณรับได้นั้นสำคัญมากกว่าการไล่ตามผลตอบแทนสูงสุด

กองทุนรวม 101: พื้นฐานที่ต้องรู้ก่อนลงทุน

ง่ายที่สุด กองทุนรวมคือการที่หลายคนรวมเงินกันเป็นหนึ่งเดียวกำลังใหญ่ แล้วหมายถึงให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลและตัดสินใจลงทุน แทนที่คุณจะต้องดูข่าวตลาดตลอดเวลา

เมื่อคุณเอาเงินไปใส่ในกองทุน เงินนั้นก็เปลี่ยนเป็น “หน่วยลงทุน” ค่าของหน่วยนี้เรียกว่า NAV (Net Asset Value) ซึ่งจะประกาศออกมาทุกสิ้นวันทำการ หากสินทรัพย์ที่กองทุนลงทุนไปนั้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้น NAV ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย นั่นคือกำไรของคุณนั่นเอง

ประเภทกองทุนที่คุณควรรู้จัก

กองทุนมีหลายชนิด ขึ้นอยู่กับว่าพวกมันลงทุนในสินทรัพย์อะไร:

ตลาดเงิน: ความเสี่ยงน้อยที่สุด เหมาะสำหรับเงินที่ต้องใช้ได้เร็ว หรือเงินสำรองฉุกเฉิน

ตราสารหนี้: ตัวกลางระหว่างความปลอดภัยและผลตอบแทนที่ดี เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ผลตอบแทนมากกว่าเงินฝากแต่ไม่อยากเสี่ยงเท่าหุ้น

หุ้น: ความเสี่ยงสูง แต่ก็มีโอกาสสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวได้อย่างชัดเจน

ผสม: ผู้จัดการกองทุนจะปรับสัดส่วนระหว่างหุ้นและตราสารหนี้ขึ้นอยู่กับตลาด เหมาะสำหรับผู้ที่ลังเล

เฉพาะธีม: ลงทุนในธุรกิจเรื่องเดียว เช่น AI, Climate Tech, Healthcare หรือ ESG เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีมุมมองพิเศษ

10 กองทุนที่น่าสนใจจริง ๆ เพื่อปี 2569

ทำไมปี 2569 ถึงสำคัญ? เพราะโลกกำลังเปลี่ยนแปลง AI ต้องการพลังงานมหาศาล Climate Tech กำลังเติบโต Healthcare มีอุปสงค์ตลอดเวลา บทบาทของเศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์เปลี่ยนไป ผู้ที่ติดตามเทรนด์เหล่านี้จะได้ประโยชน์

กองทุนหุ้นไทย - ปันผลสำหรับเวลาไม่แน่นอน

ครึ่งปีแรกของปี 2569 อาจมีความผันผวน กองทุนหุ้นปันผลจึงเป็นวิธีดีในการสร้างกระแสเงิน

SCBDV (ไทยพาณิชย์หุ้นทุนปันผล): ลงทุนในหุ้นไทยขนาดใหญ่ที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอ บริษัทจัดการโดย SCBAM ความเสี่ยง 6/8 เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระแสเงินสดขณะรอการเติบโต

KFSDIV (กรุงศรีหุ้นปันผล): ผสมทั้งหุ้นใหญ่กลางและเล็ก บริหารโดย KSAM ให้โอกาสการเติบโตมากกว่า SCBDV แต่ยังคงเน้นปันผล ความเสี่ยง 6/8

หุ้นต่างประเทศ - เกาะกระแสโลก

ส่วนทุน AI ให้กำไรโดยตรง แต่ก็อาจมีความผันผวน ระยะยาว 5-10 ปีขึ้นไป ควรให้สำคัญ

KT-WTAI-A (เคแทม เวิลด์ เทคโนโลยี AI): ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Allianz Global Artificial Intelligence บริหารโดย KTAM ตัดสินใจโดยมืออาชีพชาวเยอรมัน ความเสี่ยง 6/8 สำหรับผู้ที่เชื่อในศักยภาพ AI

B-INNOTECH (บัวหลวง อินโนเวชั่นและเทคโนโลยี): ผ่าน Fidelity Funds - Global Technology Fund นอกเหนือจาก AI เรียบร้อย Cloud, E-commerce, Fintech ครอบคลุมครบ บริหารโดย BBLAM ความเสี่ยง 7/8 สำหรับผู้ที่อยากติดตามเทคโนโลยีทั้งหมด

PRINCIPAL VNEQ-A (พรินซิเพิล เวียดนาม): ลงทุนโดยตรงในตลาดเวียดนาม ผู้จัดการคัดเลือกหุ้นท้องถิ่นที่มีศักยภาพ ธนาคาร ค้าปลีก เทคโนโลยี ความเสี่ยง 6/8 สำหรับผู้ที่มองไปยังตลาดเกิดใหม่

ตราสารหนี้ - หลุมหลบภัยยามตลาดผันผวน

KTSTPLUS-A (กรุงไทยตราสารหนี้ระยะสั้น พลัส): ลงทุนในพันธบัตรคุณภาพดี เงินฝาก อายุเฉลี่ยไม่เกิน 1 ปี บริหารโดย KTAM ความเสี่ยง 4/8 เหมาะสำหรับการพักเงินระยะสั้นหรือส่วนประกันในพอร์ต

กองทุนผสมยืดหยุ่น - ตามสภาวะตลาด

TISCOFLEXP (ทิสโก้ เฟล็กซิเบิ้ล พลัส): ผู้จัดการ TISCO Asset Management มีอิสระปรับสัดส่วนหุ้น-หนี้จาก 0-100% ตามมุมมองตลาด บริหารแบบ Active ความเสี่ยง 6/8 สำหรับผู้ที่เชื่อใจฝีมือผู้จัดการ

ธีมอนาคต - ลงทุนสำหรับปัญหาโลก

KFCLIMA-A (กรุงศรี ESG Climate Tech): ผ่าน DWS Invest ESG Climate Tech ลงทุนในบริษัทสุขภาพโลกสำหรับสภาพอากาศ พลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า บริหารโดย KSAM ความเสี่ยง 6/8

K-GHEALTH (เค โกลบอล เฮลท์แคร์): ผ่าน JPMorgan Funds - Global Healthcare Fund ลงทุนในบริษัทสุขภาพโลก ยา เทคโนโลยีการแพทย์ บริหารโดย KAsset ความเสี่ยง 7/8 Healthcare ตลอดอยู่

ASP-THAIESG (แอสเซทพลัส หุ้นไทยยั่งยืน): หุ้นไทยที่มี ESG ดี ตามเกณฑ์ SET ESG Rating บริหารแบบ Active โดย Asset Plus ความเสี่ยง 6/8 สำหรับผู้ที่อยากลงทุนในไทยแต่ใส่ใจคุณภาพ

10 กองทุนที่น่าสนใจ - ตารางเปรียบเทียบรวม

ชื่อกองทุน ประเภท สินทรัพย์หลัก ความเสี่ยง เหมาะกับใคร
SCBDV หุ้นไทยปันผล หุ้นไทยขนาดใหญ่ 6/8 ผู้ต้องการปันผลสม่ำเสมอ
KFSDIV หุ้นไทยปันผล หุ้นไทยทุกขนาด 6/8 ผู้ต้องการปันผล+เติบโต
KT-WTAI-A หุ้นต่างประเทศ AI บริษัท AI โลก 6/8 ผู้เชื่อใน AI ระยะยาว
B-INNOTECH หุ้นต่างประเทศเทค เทคโนโลยีโลก 7/8 ผู้ติดตามเทคโนโลยี
PRINCIPAL VNEQ-A หุ้นเวียดนาม หุ้นเวียดนามดี 6/8 ผู้มองตลาดเกิดใหม่
KTSTPLUS-A ตราสารหนี้ พันธบัตร+เงินฝาก 4/8 ผู้ต้องการความปลอดภัย
TISCOFLEXP กองทุนผสม หุ้น+หนี้ยืดหยุ่น 6/8 ผู้เชื่อใจผู้จัดการ
KFCLIMA-A หุ้นต่างประเทศ ESG บริษัท Climate Tech 6/8 ผู้ใส่ใจความยั่งยืน
K-GHEALTH หุ้นต่างประเทศ Healthcare บริษัท Healthcare 7/8 ผู้ต้องการ Defensive Growth
ASP-THAIESG หุ้นไทย ESG หุ้นไทยดี ESG 6/8 ผู้ลงทุนไทยเชื่อใจคุณภาพ

วิธีเลือกกองทุนที่ไม่ผิดพลาด

หลังจากรู้ตัวเอง เข้าใจพื้นฐาน และเห็น 10 ตัวเลือก ตอนนี้มาดูขั้นตอนการเลือกให้ถูกต้อง

ก่อนอื่น ดูนโยบายการลงทุน ไม่ใช่ดูชื่อหรือผลตอบแทนอดีตเพียงอย่างเดียว อ่าน Fund Fact Sheet ดูว่ากองทุนนี้เอาเงินของคุณไปลงทุนที่ไหน ประเทศไหน กลยุทธ์แบบไหน

เปรียบเทียบกับ Benchmark ผลตอบแทนอดีตไม่ได้รับประกันอนาคต แต่การดูว่าผู้จัดการทำได้ดีกว่าดัชนีอ้างอิงหรือเปล่า บอกให้เรารู้ว่าเขาช่วยเพิ่มมูลค่าได้จริง

ระวังค่าธรรมเนียม TER (Total Expense Ratio) ของ 1% ต่อปี ในแต่ละปี อาจดูน้อย แต่ในระยะ 30 ปี ส่วนต่างนี้สามารถรวมเป็นร้อยล้านบาท ค้นหาไม่ใช่กองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด แต่กองทุนที่ให้ผลตอบแทนต่ออัตราค่าธรรมเนียมสูงสุด

ดู Maximum Drawdown ตัวเลขนี้บอกว่ากองทุนเคยขาดทุนหนักสุดแค่ไหน ถ้าคุณไม่สามารถรับการขาดทุนนี้ได้ กองทุนอาจไม่เหมาะกับคุณ

ข้อดี-ข้อเสีย ต้องรู้

ข้อดี

กระจายความเสี่ยง: ด้วยเงินน้อยๆ คุณมีหุ้นหลักพันตัว แทนที่จะลงทุนในหุ้น 2-3 ตัว

มีผู้เชี่ยวชาญ: ไม่ต้องดูหุ้นตลอดเวลา ผู้จัดการทำให้คุณ

สภาพคล่องสูง: ซื้อขายได้ทุกวันทำการ ไม่ต้องรอแบบหุ้นจดทะเบียน

เข้าถึงง่าย: เริ่มได้ตั้งแต่หลักร้อยบาท

ข้อเสีย

ค่าธรรมเนียม: ประเภทต่างๆ ต่างคนต่างหัก มีค่าการจัดการ ค่านายทะเบียน ค่าผู้ดูแล

ไม่ได้ควบคุมโดยตรง: ไม่สามารถบอกผู้จัดการว่า “ซื้อหุ้นตัวนี้” ได้

ความเสี่ยงจากผู้จัดการ: หากเขาตัดสินใจผิด คุณตามไป

ภาษี: ปันผลที่ได้ต้องถูกหักภาษี 10% ไม่ว่าจะทำกำไรหรือขาดทุน

ก้าวต่อไป: ยังไง ไม่ใช่เรื่องยาก

ตอนนี้คุณเข้าใจแล้ว ต้องเลือกว่าวิธีเลือกกองทุนที่น่าสนใจ ต้องสอดคล้องกับเป้าหมายและความเสี่ยงของตัวเอง ลองเริ่มต้นด้วยการสำรวจตัวเองอีกครั้ง เลือก 1-2 กองทุน ลองลงทุนจำนวนน้อย และสังเกตการณ์ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร

ปี 2569 เต็มไปด้วยโอกาส กองทุนที่น่าสนใจนั้นอยู่ทั่วไป ความสำคัญคือการเลือกที่ถูกสำหรับตัวเอง ไม่ใช่การตามเงาของคนอื่น การสร้างความมั่งคั่งไม่ใช่การวิ่งแข่ง มันคือการเดินเท้าที่สม่ำเสมอ ด้วยเครื่องมือที่ถูกต้อง

This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
  • รางวัล
  • แสดงความคิดเห็น
  • repost
  • แชร์
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น
  • ปักหมุด