คำแนะนำครบถ้วนสำหรับหุ้นกลุ่มน้ำมันและวิธีเลือกลงทุนอย่างชาญฉลาดในปี 2026

น้ำมันเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีมูลค่าการใช้งานมหาศาล และหุ้นกลุ่มน้ำมันก็ได้กลายเป็นช่องทางลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนจำนวนมาก ในขณะที่สินทรัพย์อื่นเช่นทองคำหรือคริปโทเคอร์เรนซีได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง หุ้นกลุ่มน้ำมันมักถูกมองข้ามไป ทั้งที่เป็นสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับสภาพเศรษฐกิจโลก บทความนี้จะพาคุณสำรวจโลกของหุ้นกลุ่มน้ำมัน ตั้งแต่การเข้าใจประเภทธุรกิจ ไปจนถึงวิธีการลงทุนและปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา

แบ่งประเภทหุ้นกลุ่มน้ำมันตามโครงสร้างธุรกิจ

หุ้นกลุ่มพลังงานนั้นมีการจำแนกตามธุรกิจของบริษัทต่างๆ ในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งแต่ละประเภทจะมีปัจจัยการวิเคราะห์ที่แตกต่างกัน

ธุรกิจต้นน้ำ: การสำรวจและผลิตน้ำมันดิบ

บริษัทในกลุ่มนี้ทำหน้าที่สำรวจ ขุดเจาะ และผลิตน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ ทั้งบนบกและในทะเล จากนั้นจึงส่งต่อผลิตภัณฑ์ไปยังโรงกลั่น ประสิทธิภาพของหุ้นกลุ่มนี้ขึ้นอยู่กับสองปัจจัยสำคัญคือ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุล บริษัทที่เป็นตัวแทนได้แก่ ExxonMobil (XOM), Chevron (CVX), ConocoPhillips (COP), EOG Resources (EOG) และ Occidental Petroleum (OXY) ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นบริษัทที่มีกำลังการผลิตมหาศาล

ธุรกิจกลางน้ำ: การกลั่นและผลิตปิโตรเคมี

บริษัทโรงกลั่นรับน้ำมันดิบเข้าสู่กระบวนการกลั่นเพื่อผลิตสินค้าสำเร็จรูป เช่น เบนซิน ดีเซล น้ำมันหล่อลื่น และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีต่างๆ ปัจจัยที่ควรติดตามได้แก่ ค่าการกลั่น และการจัดการสต็อกน้ำมัน ตัวอย่างเช่น Enterprise Products Partners (EPD), Kinder Morgan (KMI), Williams Companies (WMB), Enbridge (ENB) และ Magellan Midstream Partners (MMP)

ธุรกิจปลายน้ำ: ค้าปลีกและสถานีบริการ

ธุรกิจกลุ่มนี้เชื่อมโยงผู้บริโภคโดยตรงผ่านสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ความสำเร็จของหุ้นกลุ่มนี้ขึ้นอยู่กับ ค่ามาร์จิน ของการค้าปลีกและความมีประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่บริการ ตัวแทนของธุรกิจนี้ได้แก่ Phillips 66 (PSX), Valero Energy (VLO), Marathon Petroleum (MPC), Royal Dutch Shell (RDS-A) และ TotalEnergies (TTE)

สุดยอดหุ้นน้ำมันไทยและสหรัฐฯที่ต้องสนใจในปี 2026

บริษัทพลังงานไทย: 5 ตัวเด่น

ปตท. (PTT) - ผู้นำอุตสาหกรรมพลังงานไทย

ปตท. เป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติ ก่อตั้งในปี 1978 และเป็นผู้บริหารทั้งหมดของห่วงโซ่น้ำมัน ตั้งแต่การผลิตจนถึงการจัดจำหน่าย มูลค่าตลาดปัจจุบันอยู่ที่ 906.9 พันล้านบาท ราคา 31.75 บาทต่อหุ้น นักวิเคราะห์จาก investing.com คาดว่าในปี 2026 ราคาอาจสูงถึง 43.00 บาท และ ต่ำสุดไม่ต่ำกว่า 29.50 บาท

พีทีทีโกลบอล เคมิคอล (PTTGC) - ผู้นำปิโตรเคมี

PTTGC ดำเนินธุรกิจด้านการผลิตและจำหน่ายเคมีภัณฑ์และพลาสติก มูลค่าตลาดอยู่ที่ 109 พันล้านบาท ราคา 24.30 บาทต่อหุ้น โดยคาดการณ์ว่ากำลังจะเพิ่มขึ้นเป็น 39.00 บาท และที่ต่ำสุดกว่า 21.00 บาทในปี 2026

ไทยออยล์ (TOP) - ความเชี่ยวชาญด้านการกลั่น

บริษัทนี้ก่อตั้งในปี 1961 มีบทบาทสำคัญในการกลั่นน้ำมันและจำหน่ายเชื้อเพลิง มูลค่าตลาด 62 พันล้านบาท ราคา 28.00 บาทต่อหุ้น นักวิเคราะห์คาดว่าจะพุ่งขึ้นไป 70.00 บาท แต่ที่ต่ำสุดคงไม่ต่ำกว่า 21.00 บาท

บางจาก (BCP) - ผู้ปล่อยรีทเลลร์ที่มั่นคง

บริษัทบางจากก่อตั้งในปี 1979 มีเครือข่ายสถานีบริการบริหารน้ำมันกระจายทั่วประเทศ มูลค่าตลาด 48 พันล้านบาท ราคา 35.25 บาทต่อหุ้น ราคาสูงสุดคาดว่า 62.00 บาท ต่ำสุด 32.00 บาท

พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) - ผู้เสริมพลังงานสะอาด

PTG Energy ก่อตั้งในปี 2000 โดยมุ่งเน้นทั้งธุรกิจปกติและพลังงานทดแทน มูลค่าตลาด 13.861 พันล้านบาท ราคา 8.30 บาทต่อหุ้น นักวิเคราะห์คาดว่าสูงถึง 11.00 บาท และต่ำเหลือ 6.80 บาท

บริษัทพลังงานนานาชาติ: 5 ผู้ยักษ์ใหญ่

Saudi Aramco - เจ้าหญิงน้ำมันโลก

Saudi Aramco เป็นบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่สุดในโลก มีสำรองน้ำมันอันดับสองของโลก ธุรกิจครอบคลุมต้นน้ำถึงปลายน้ำ มูลค่าตลาด $1.803 ล้านล้านดอลลาร์ ราคา $28.00 ต่อหุ้น คาดการณ์สูงสุด $37.00 และต่ำสุด $26.50 ในปี 2026

ExxonMobil (XOM) - ยักษ์อเมริกันครบครัน

ExxonMobil ทำหน้าที่ครบวงจรตั้งแต่สำรวจผลิต กลั่น จนถึงจำหน่าย มูลค่าตลาด $467.98 พันล้านดอลลาร์ ราคา $106.48 ต่อหุ้น คาดการณ์สูงถึง $147.00 บาท และต่ำ $105.00 บาท

Chevron (CVX) - ผู้สมรภูมิหลาย ท้องถิ่น

Chevron มีสำนักงานใหญ่ในแคลิฟอร์เนีย ดำเนินธุรกิจทั่วโลก มูลค่าตลาด $256.74 พันล้านดอลลาร์ ราคา $144.00 ต่อหุ้น คาดการณ์สูงถึง $197.00 และต่ำ $154.00 ดำเนินธุรกิจพลังงานสะอาดอย่างไฮโดรเจนและการดักจับคาร์บอน

PetroChina - ยักษ์ใหญ่จีน

PetroChina ก่อตั้งในปี 1999 เป็นบริษัทท่อสายน้ำมันและก๊าซสำหรับตลาดจีนและเอเชีย มูลค่าตลาด $214.04 พันล้านดอลลาร์ ราคา $0.78 ต่อหุ้น คาดการณ์สูงถึง $1.27 และต่ำ $0.45

Royal Dutch Shell - อำนาจยุโรป

Shell เป็นบริษัทข้ามชาติดัตช์-อังกฤษ ก่อตั้งในปี 1907 มูลค่าตลาด $187.44 พันล้านดอลลาร์ ราคา $61.69 ต่อหุ้น คาดการณ์สูงถึง $67.82 และต่ำ $53.63 เพิ่งประสบการตัดสินศาลที่เข่นขัดข้องเมื่อพฤศจิกายน 2024

วิธีการลงทุนในหุ้นกลุ่มน้ำมันอย่างไรให้เหมาะสม

1. กองทุนน้ำมันโดยตรง

วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนตรงในแนวโน้มราคาน้ำมันดิบ โดยกองทุนจะถือครองสัญญาฟิวเจอร์สน้ำมัน ส่วนใหญ่อ้างอิง WTI เพื่อให้ผลตอบแทนตามการเคลื่อนไหวของราคา

2. กองทุนดัชนีหุ้นพลังงาน (ETF)

ETF ด้านพลังงาน เช่น ENGY และ ENY นั้นเหมาะสำหรับผู้ลงทุนในตลาดหุ้นไทยแล้ว สามารถซื้อขายเหมือนหุ้นทั่วไปในราคาจริงได้

3. หุ้นรายตัวในหุ้นกลุ่มน้ำมัน

แทนที่จะซื้อ “ตะกร้า” ทั้งหมด นักลงทุนสามารถเลือกหุ้นที่ตรงกับมุมมองของตนเองได้ บริษัท ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ แต่ละกลุ่มมีลักษณะการตอบสนองต่อราคาน้ำมันที่แตกต่างกัน

4. การเทรด CFD กับโบรกเกอร์นานาชาติ

CFD (Contract For Difference) นั้นเป็นทางเลือกหลายศรัทธา ด้วยข้อดีคือ:

  • ต้องใช้เงินทุนน้อยกว่า เนื่องจากระบบ Leverage
  • สามารถเทรดได้ทั้งขาขึ้นและขาลง
  • เปิดบัญชีง่ายและรวดเร็ว
  • เข้าถึงหลายตัวเลือกหุ้นพลังงานสากล

ปัจจัยสำคัญที่ควบคุมแนวโน้มหุ้นกลุ่มน้ำมัน

สภาพเศรษฐกิจโลก

เมื่อเศรษฐกิจเติบโต ความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น จึงหนุนราคาน้ำมันสูงขึ้น ในทางกลับกัน การชะลอตัวหรือถดถอยของเศรษฐกิจจะนำมาซึ่งความกดดันราคา อาทิ ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ราคาน้ำมันหลุดลึก แต่ปัจจุบันเศรษฐกิจฟื้นตัวแล้ว จึงเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มนี้

อุปทานและความสามารถการผลิต

หากผู้ผลิตเพิ่มอัตราผลิตมากเกินไป ตลาดจะมีสินค้าล้น ทำให้ราคาตกลง ในทางตรงข้าม หากเกิดปัญหาการสำรวจหรือโรงกลั่น ราคาอาจพุ่งขึ้น

ฤดูกาลและสภาพอากาศ

ฤดูหนาวในยุโรปและอเมริกาหนือเพิ่มความต้องการเชื้อเพลิงอุ่นใจ (Heating Oil) ส่วนฤดูร้อนเพิ่มความต้องการแก๊สโซลีน

ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์

ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือเป็นแหล่งผลิตน้ำมันสำคัญ ความไม่สงบการเมืองหรือความขัดแย้งทางทหารในพื้นที่เหล่านี้มีผลโดยตรงต่ออุปทาน

อัตราแลกเปลี่ยนและนโยบายสกุลเงิน

น้ำมันซื้อขายด้วยดอลลาร์สหรัฐ การผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจึงส่งผลต่อต้นทุนและราคาขายต่าง ๆ

ข้อดีของการลงทุนในหุ้นกลุ่มน้ำมัน

ความเสถียรในระยะยาว - แม้ว่าราคาจะผันผวนในเวลาสั้น แต่ในระยะยาว ตลาดน้ำมันแสดงความมั่นคง

ความต่อเนื่องของอุตสาหกรรม - น้ำมันสำคัญต่อการขนส่ง การผลิต ทำให้ความต้องการคงอยู่

อัตรากำไรที่สูง - หลายบริษัทหุ้นกลุ่มน้ำมันได้กำไรพอสมควร

เงินปันผลที่น่าดึงดูด - บริษัทหลายแห่งจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น

การป้องกันความเสี่ยง - หุ้นกลุ่มน้ำมันสามารถทำหน้าที่ป้องกันความเสี่ยงจากการเงินอื่น ๆ ได้

บทสรุป

หุ้นกลุ่มน้ำมันมีหลากหลายวิธีในการลงทุน ตั้งแต่หุ้นรายตัว กองทุน ETF ไปจนถึง CFD ความสำเร็จของการลงทุนนี้ขึ้นอยู่กับการทำความเข้าใจธุรกิจของแต่ละบริษัท และปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อทิศทางราคา เมื่อนักลงทุนเข้าใจโลกของหุ้นกลุ่มน้ำมันแล้ว สินทรัพย์นี้สามารถกลายเป็นทางออกที่ทำกำไรได้อย่างโดดเด่นและน่าติดตามอย่างแน่นอน

This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
  • รางวัล
  • แสดงความคิดเห็น
  • repost
  • แชร์
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น
  • ปักหมุด