ขั้นตอนที่สี่: ตั้งจุดควบคุมความเสี่ยง ใช้เครื่องมือ Stop Loss เพื่อให้ระบบปิดสถานะโดยอัตโนมัติเมื่อขาดทุนถึงระดับที่กำหนด ใช้ Limit Order เพื่อให้ระบบปิดสถานะเมื่อได้กำไรครบตามเป้าหมาย
This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
เริ่มต้นเล่นฟอเร็กซ์ได้อย่างไร? คู่มือเทรด Forex สำหรับนักเทรดมือใหม่
ฟอเร็กซ์ (Forex) ถือเป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีปริมาณการซื้อขายรายวันที่สูงมากกว่า 7.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยเหตุนี้ตลาดเล่นฟอเร็กซ์จึงมีโอกาสสำหรับนักเทรดรายย่อย ให้ได้แสวงหากำไรผ่านความเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน คำถามที่พบบ่อยคือ วิธีเล่นฟอเร็กซ์สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นจะเป็นอย่างไร? บทความนี้จะแนะนำวิธีเทรด Forex อย่างเป็นขั้นเป็นตอน รวมถึงสิ่งที่ควรทราบและหลีกเลี่ยงเมื่อเข้าสู่ตลาดโลกของการเทรดค่าเงิน
ต้องรู้ก่อนเริ่ม: พื้นฐาน Forex ที่สำคัญ
การเทรด Forex คือการซื้อและขายสกุลเงินต่างประเทศเพื่อให้ได้กำไรจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งต่างจากตลาดหุ้นที่ซื้อขายตราสารทรัพย์เป็นรายตัว ในตลาดค่าเงิน เราต้องเข้าใจว่าสกุลเงินไม่ได้มีค่าสัมบูรณ์ แต่มีค่าเมื่อเปรียบเทียบกับสกุลเงินอื่น นี่เรียกว่า “คู่เงิน” (Currency Pairs)
ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณซื้อคู่เงิน EUR/USD ที่ราคา 1.10 แสดงว่า คุณกำลังซื้อ 1 ยูโรด้วยเงิน 1.10 ดอลลาร์สหรัฐ สกุลเงินแรก (EUR) เรียกว่า Base Currency และสกุลเงินที่สอง (USD) เรียกว่า Quote Currency ความเข้าใจเรื่องนี้มีความสำคัญต่อการเลือกทิศทางการเทรดของคุณ
ตลาด Forex มีข้อได้เปรียบหลายประการที่ดึงดูดนักเทรด ประการแรก สภาพคล่องที่สูงมากมายทำให้คุณสามารถเข้าและออกจากสถานะได้ง่าย ประการที่สอง ตลาดนี้เปิดทำการเกือบตลอดเวลา 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ ทำให้คุณสามารถเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมกับตัวเองได้ ประการที่สาม คุณสามารถทำกำไรได้ทั้งในสภาพตลาดขาขึ้นและขาลง ซึ่งให้ความยืดหยุ่นมากขึ้นในการสร้างกลยุทธ์
ตัวเลือกการเทรดฟอเร็กซ์ที่เหมาะกับระดับของคุณ
นักลงทุนทั่วไปสามารถเล่นฟอเร็กซ์ได้สามวิธีหลัก การเลือกวิธีใดขึ้นอยู่กับทุนของคุณ เวลา และความไม่รู้สึกที่สบายใจต่อความเสี่ยง
ตัวเลือกที่ 1: ซื้อขายเงินจริง (Spot Trading) เป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุด คุณนำสกุลเงินหนึ่งมาแลกกับอีกสกุลเงินหนึ่ง และปล่อยไว้จนกว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะเปลี่ยนแปลงให้คุณได้เปรียบ แต่วิธีนี้ต้องใช้ทุนมากและมีสเปรดสูง ทำให้ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีทุนจำกัด
ตัวเลือกที่ 2: สัญญาฟิวเจอร์ส คือการเทรดบนสัญญามาตรฐานของตลาดการเงินที่เป็นทางการ เช่นตลาด TFEX ของไทยหรือ CME ของสหรัฐ วิธีนี้มีสภาพคล่องดีและมีการปกป้องโดยหน่วยงานกำกับดูแล แต่ขนาดสัญญามักใหญ่ ต้องใช้ทุนเริ่มต้นมากพอสมควร
ตัวเลือกที่ 3: CFDs (Contracts for Difference) เป็นสัญญาอนุพันธ์ที่นักเทรดเล่นเพื่อให้ได้ผลตอบแทนจากส่วนต่างของราคาซื้อขาย วิธีนี้ได้รับความนิยมมากสำหรับผู้เริ่มต้นเพราะต้องใช้ทุนน้อย มีความคล่องตัว และเปิดให้เทรดเกือบตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม CFDs ใช้ระบบอัตราทดสูง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงให้กับนักเทรดอย่างมีนัยสำคัญ
เลือกคู่เงินไหนที่เหมาะกับตัวคุณ
ผู้เริ่มต้นมักสับสนในการเลือกคู่เงินที่จะเทรด ควรพิจารณาปัจจัยสำคัญดังนี้
ประเด็นแรก: สภาพคล่อง คู่เงินที่มีปริมาณการซื้อขายสูงจะให้สเปรดแคบ (ราคาซื้อและราคาขายห่างกันน้อย) สำหรับผู้เริ่มต้น ควรเลือกคู่เงินที่เป็น “major pairs” เช่น EUR/USD, USD/JPY, และ GBP/USD ที่มีความคล่องสูงสุดในตลาด
ประเด็นที่สอง: ความผันผวน คู่เงินที่ผันผวนต่ำเกินไปจะให้โอกาสกำไรน้อย แต่ผันผวนสูงเกินไปก็ทำให้การจัดการความเสี่ยงยากขึ้น ผู้เริ่มต้นควรเลือกคู่เงินที่มีความผันผวนปานกลาง
ประเด็นที่สาม: ช่วงเวลาการเทรด ทั้งแม้ตลาดค่าเงินเปิดตลอด แต่ช่วงเวลาต่างๆ ก็มีสภาพคล่องต่างกัน EUR/USD มีสภาพคล่องสูงสุดช่วงที่ตลาดยุโรปและสหรัฐเปิดทำการ USD/JPY ก็มีการซื้อขายที่ดีช่วงตลาดโตเกียวและสหรัฐ
ประเด็นที่สี่: ข่าวสาร ตลาดค่าเงินตอบสนองต่อข่าวทางเศรษฐกิจและการตัดสินใจของธนาคารกลางอย่างรวดเร็ว หากคุณต้องการติดตามข่าวหลัก ให้เลือกคู่เงินที่อยู่ภายใต้ส่วนกลางของเศรษฐกิจใหญ่
วิธีเล่นฟอเร็กซ์อย่างถูกต้อง: ขั้นตอนสำหรับผู้เริ่มต้น
เมื่อคุณเข้าใจพื้นฐานแล้ว ลองทำตามขั้นตอนนี้เพื่อเริ่มเทรด Forex
ขั้นตอนแรก: เลือกคู่เงินและโบรกเกอร์ เลือกคู่เงินที่ตรงกับเกณฑ์ที่กล่าวมา จากนั้นเลือกโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้ เช่น Mitrade ซึ่งมีคู่เงินมากกว่า 60 คู่ให้เลือก
ขั้นตอนที่สอง: วิเคราะห์ราคา ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคบนแพลตฟอร์มของโบรกเกอร์เพื่อดูแนวโน้มของราคา ลองใช้กราฟ บอลลิงเจอร์แบนด์ หรือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เพื่อตัดสินใจ
ขั้นตอนที่สาม: เปิดสถานะ เมื่อคุณเห็นสัญญาณที่ชัดเจน ให้ส่งคำสั่งซื้อหรือขาย หากคิดว่าค่าเงินจะแข็งค่า ให้ส่งคำสั่งซื้อ หากคิดว่าจะอ่อนค่า ให้ส่งคำสั่งขาย
ขั้นตอนที่สี่: ตั้งจุดควบคุมความเสี่ยง ใช้เครื่องมือ Stop Loss เพื่อให้ระบบปิดสถานะโดยอัตโนมัติเมื่อขาดทุนถึงระดับที่กำหนด ใช้ Limit Order เพื่อให้ระบบปิดสถานะเมื่อได้กำไรครบตามเป้าหมาย
ขั้นตอนที่ห้า: ติดตามและปรับปรุง ยังคงติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาและระดับเงินวางประกัน เมื่อทำการเทรดสำเร็จ ให้ทบทวนผลลัพธ์เพื่อหาจุดที่ต้องปรับปรุง ดังที่ผู้บริหาร Warren Buffett ชี้ให้เห็นว่า การทำซ้ำสิ่งที่ทำให้ได้ผลอยู่เสมอ นั่นคือรากฐานของการประสบความสำเร็จ
สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง: ข้อผิดพลาดทั่วไปในการเทรด
ผู้เริ่มต้นมักตกหลุมพรางเดียวกัน ควรระวังข้อผิดพลาดเหล่านี้
ข้อผิดพลาดที่ 1: ใช้อัตราทดสูงเกินไป อัตราทดสูงเพิ่มศักยภาพกำไร แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงของการขาดทุนอย่างมหาศาล เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงขนาดเล็ก คุณอาจสูญเสียทุนทั้งหมดได้ เลือกอัตราทดที่เหมาะสมกับเงินทุนและความสบายใจของคุณ
ข้อผิดพลาดที่ 2: ไม่เตรียมพร้อมสำหรับความผันผวน ข่าวสารทางเศรษฐกิจ การประชุมของธนาคารกลาง หรือเหตุการณ์นโยบายค้าสามารถทำให้ค่าเงินพุ่งขึ้นหรือตกลงอย่างรวดเร็ว หากคุณไม่มีการป้องกัน เช่น Stop Loss คุณอาจเผชิญกับการขาดทุนครั้งใหญ่
ข้อผิดพลาดที่ 3: เทรดบ่อยเกินไป การเทรดบ่อยเพิ่มจำนวนครั้งที่คุณได้รับสเปรด (ค่าธรรมเนียม) และโอกาสที่จะเทรดโดยไม่มีแผนที่ชัดเจน ผู้เริ่มต้นควรเทรดเฉพาะเมื่อมีสัญญาณที่ชัดเจนและมีแผนการเทรดที่วางไว้ก่อน
ข้อผิดพลาดที่ 4: ไม่มีแผนการจัดการเงิน ผู้เทรดที่สำเร็จมักมีกฎการจัดการเงินที่เข้มงวด เช่น ไม่ลงทุนเกินกว่าเปอร์เซ็นต์หนึ่งของเงินทุนต่อการเทรด การคำนวณขนาดของสถานะให้พอดีกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ป้องกันการขาดทุนที่มหาศาลจากการเทรดเพียงครั้งเดียว
สรุป
วิธีเล่นฟอเร็กซ์สำหรับมือใหม่อาจดูซับซ้อน แต่ด้วยความเข้าใจพื้นฐาน การเลือกเครื่องมือที่เหมาะสม และการวางแผนที่ดี คุณสามารถเริ่มต้นได้ ตลาดค่าเงินเป็นที่ที่นักเทรดสามารถฝึกฝนกลยุทธ์ ทดลองวิธีต่างๆ และแสวงหากำไรได้ตามเวลาของพวกเขา วิธีเล่นฟอเร็กซ์ที่ดีที่สุดคือการเริ่มจากเล็ก ความอดทน และความปรารถนาที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาด จำไว้ว่าการเทรดที่ประสบความสำเร็จคือการค้นหากลยุทธ์ที่ทำงานได้จริง และทำซ้ำสิ่งนั้นอย่างสม่ำเสมอ