หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าไทย: ปีนี้มีตัวไหนดีที่สุด 2026

หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า คือสินทรัพย์ที่มีลักษณะการเคลื่อนไหวค่อนข้างเสถียรเมื่อเทียบกับหุ้นประเภทอื่นๆ นักลงทุนจำนวนมากหันมาสนใจหมวดหมู่นี้เนื่องจากความต้องการพลังงานไฟฟ้ามีความจำเป็นต่อสังคมอยู่ตลอดเวลา ข้อมูลการลงทุนในปี 2026 นี้แสดงให้เห็นว่าหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ายังคงเป็นที่ถูกใจของผู้ที่ต้องการทำรายได้ประจำและป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด

ทำความเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพหุ้นโรงไฟฟ้า

ประสิทธิภาพของหุ้นในสาขานี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการที่นักลงทุนควรพิจารณา ประการแรก คือกลยุทธ์การเติบโตของแต่ละบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการหาพันธมิตรใหม่ การขยายโครงการ หรือการลงทุนในต่างประเทศ ประการที่สอง ความต้องการใช้พลังงานในประเทศ เมื่อเศรษฐกิจเติบโต การใช้ไฟฟ้าก็เพิ่มขึ้น ซึ่งจะมีผลบวกต่อผลประกอบการของบริษัท

นอกจากนี้ สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับผู้ใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ก็เป็นตัวกำหนดความมั่นคงของรายได้ การศึกษารายละเอียดของสัญญา ระยะเวลา และราคาไฟฟ้าที่ตกลงกันไว้ก็สำคัญต่อการประเมินคุณภาพการลงทุน นโยบายของรัฐบาลผ่านแผน Power Development Plan (PDP) และ Alternative Energy Development Plan (AEDP) ก็เป็นเข็มทิศที่ชี้ทิศทางการลงทุนของภาครัฐและเอกชน

ประเภทของโรงไฟฟ้าและการแบ่งหมวดหมู่ตามขนาด

ในการลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า สิ่งสำคัญคือการเข้าใจความแตกต่างของบริษัท บางแห่งผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (Solar Power) ซึ่งเป็นพลังงานสะอาด บางแห่งใช้ก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas Power) ที่มีประสิทธิภาพสูง บางแห่งสร้างจากน้ำ (Hydropower) ในพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำ และบางแห่งลงทุนในเทคโนโลยีใหม่เช่นนิวเคลียร์ (Nuclear Power) หรือพลังงานลมและไบโอมาสส์

นอกจากประเภทของพลังงาน บริษัทยังแบ่งตามขนาดกำลังการผลิต เช่น โรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) ที่มีกำลังมากกว่า 90 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็ก (SPP) ระหว่าง 10-90 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าเอกชนรายเล็กมาก (VSPP) ที่น้อยกว่า 10 เมกะวัตต์ การแบ่งแบบนี้สะท้อนถึงความแตกต่างในความเสี่ยงและศักยภาพการเติบโต

8 บริษัทโรงไฟฟ้าชั้นนำ: ภาพรวมการเปรียบเทียบในปี 2026

ตัวอักษรต่อไปนี้เป็นตารางข้อมูลเปรียบเทียบหุ้นโรงไฟฟ้าหลัก 8 ตัว ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2026 โดยจัดเรียงตามมูลค่าตลาด:

หุ้น มูลค่าตลาด (พันล้านบาท) P/E Ratio (เท่า) ราคาปิด (บาท) การเปลี่ยนแปลงรายวัน
GULF 795.55 8.4 - 32.1 54.00 +1.4%
GPSC 109.26 18.7 38.75 0.0%
RATCH 67.97 11.2 31.25 +0.8%
EGCO 63.44 12.4 120.50 0.0%
BGRIM 35.71 37.4 13.70 +1.5%
BANPU 34.74 17.7 11.40 ข้อมูลอ้างอิง
BCPG 24.12 81.5 8.05 +3.9%
EA 22.58 -3.0 3.02 +5.6%

ข้อมูลปรับปรุงจาก investing.com ข้อมูลล่าสุด 2026

GULF: ผู้นำด้านปริมาณมูลค่า

กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ มีมูลค่าตลาดสูงสุดที่ 795.55 พันล้านบาท บริษัทดำเนินงานหลากหลาย ตั้งแต่ผลิตไฟฟ้า ธุรกิจก๊าซ พลังงานทดแทน ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค นอกจากการทำกำไรแล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับการทำโครงการสังคมกว่า 100 โครงการ สัญญาซื้อขายไฟฟ้าของ GULF มีความเสถียรและการจ่ายเงินปันผลค่อนข้างสม่ำเสมอ ราคาปิดล่าสุดอยู่ที่ 54.00 บาท ขึ้น 1.4% ในวันนี้

EGCO: บริษัทที่มีสูงสุดในการผลิตต่อเนื่อง

บริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO) เป็นผู้ผลิตไฟฟ้ากลุ่มเอกชนรายใหญ่ที่สร้างเสถียรภาพพลังงานและลดคาร์บอนพร้อมกันไป มูลค่าตลาด 63.44 พันล้านบาท ราคาหุ้น 120.50 บาท จึงเป็นหุ้นที่มีมูลค่าต่อหน่วยสูงสุดในกลุ่ม กลยุทธ์บริหารพอร์ตโฟลิโอแบบสมดุล ระหว่างเชื้อเพลิงเดิมและพลังงานหมุนเวียน ทำให้บริษัทมีความยืดหยุ่นสูง P/E อยู่ที่ 12.4 เท่า ซึ่งแสดงว่าราคาหุ้นสัมพันธ์กับกำไรอยู่ในระดับสมเหตุสมผล

RATCH: ตัวเลือกสำหรับผู้ที่มองความมั่นคง

บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด เดิมชื่อบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง เป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ของไทยที่จดทะเบียนสูง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ถือหุ้นประมาณ 45% ซึ่งเป็นการรับรองความเสถียรของบริษัท มูลค่าตลาด 67.97 พันล้านบาท ราคาปิด 31.25 บาท P/E 11.2 เท่า บริษัทมีความมั่นคงด้านสัญญาและรายได้ระยะยาว ตัวชี้วัดนี้ทำให้ RATCH เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มองหาการเติบโตที่สม่ำเสมอและการจ่ายปันผลที่เชื่อถือได้

GPSC: บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม

โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) มูลค่าตลาด 109.26 พันล้านบาท ดำเนินการภายใต้แผนกลยุทธ์ 4S โดยผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ น้ำอุตสาหกรรม และสาธารณูปโภคอื่นๆ กับประสิทธิภาพในระดับสากล P/E อยู่ที่ 18.7 เท่า ราคาปิด 38.75 บาท สัญญาซื้อขายของบริษัทมีความเสถียรและการดำเนินงานในต่างประเทศช่วยกระจายความเสี่ยง

ทำไมหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน

รายได้มั่นคงและกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ เป็นเหตุผลแรกที่นักลงทุนหันมาลงทุนในหมวดหมู่นี้ ธุรกิจผลิตไฟฟ้ามีสัญญาระยะยาวกับผู้ใช้ไฟฟ้า ซึ่งสัญญาเหล่านี้กำหนดราคา ปริมาณ และระยะเวลา จึงทำให้ผลประกอบการเป็นไปอย่างสม่ำเสมอและคาดการณ์ได้

การจ่ายเงินปันผลสูง เป็นลักษณะเด่นของหุ้นหมวดนี้ เพราะบริษัทมีกระแสเงินสดมากมายและเลือกแจกกำไรให้ผู้ถือหุ้น นักลงทุนที่ต้องการรายได้ประจำจึงมองหุ้นโรงไฟฟ้าเป็นแหล่ง passive income ที่น่าเชื่อถือ

การถูกมองว่าเป็นหุ้นปลอดภัย หรือ Defensive Stocks ทำให้แม้ตลาดหุ้นโดยรวมตกตํ่า หุ้นกลุ่มนี้ยังคงรักษาราคาและเงินปันผล เพราะไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็น บริษัทจึงมีรายได้แบบเชื่อถือได้

สนับสนุนจากภาครัฐ ผ่านนโยบาย PDP และ AEDP ซึ่งกำหนดแผนการผลิตไฟฟ้าของประเทศ นอกจากนี้ยังมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับรัฐ ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจในอนาคตของธุรกิจ

แนวโน้มพลังงานสีเขียว ทั่วโลกเปิดโอกาสให้บริษัทโรงไฟฟ้าที่ลงทุนในพลังงานทดแทนได้รับการสนับสนุนด้านอุดหนุนและนโยบายของรัฐ

กลวิธีการเลือกหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า: ตัวชี้วัดที่ต้องพิจารณา

การเลือกหุ้นโรงไฟฟ้าไม่ควรมองแค่ราคา ต้องดูตัวชี้วัดพื้นฐาน เช่น P/E Ratio ที่ต่ำแสดงว่าราคาหุ้นสัมพันธ์กับกำไรค่อนข้างถูก บริษัทเช่น GULF (P/E: 8.4-32.1) และ RATCH (P/E: 11.2) อาจมีมูลค่าที่ดี

ผลประกอบการและอัตราการจ่ายปันผล ก็สำคัญต่อผู้ที่ต้องการรายได้ประจำ ลองเปรียบเทียบปันผลในปีต่างๆ ว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือคงที่

สัญญาซื้อขายไฟฟ้า ที่นานและเสถียร โดยพิจารณาว่าบริษัทมีสัญญากับผู้ใช้ไฟฟ้าเพียงใดและจนเมื่อไร

โปรไฟล์พลังงาน ของบริษัท หากต้องการ exposure ต่อพลังงานทดแทน ให้เลือกบริษัทที่มีสัดส่วนพลังงานสะอาดสูง เช่น BCPG ที่เน้นพลังงานหมุนเวียน

วิธีการซื้อหุ้นโรงไฟฟ้า: ทางเลือกของนักลงทุนไทย

สำหรับผู้ต้องการซื้อหุ้นไทยเช่น GULF หรือ BGRIM สามารถเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์หุ้นท้องถิ่น เช่น บลจ.หลักทรัพย์บัวหลวง บลจ.หลักทรัพย์กสิกรไทย หรือบลจ.เมย์แบงก์กิมเอ็ง โบรกเกอร์ต่างๆ มีเงื่อนไขและค่าธรรมเนียมไม่เท่ากัน ลองเปรียบเทียบให้เหมาะกับความต้องการของคุณ

การซื้อหุ้นในตลาดหุ้นไทยเริ่มต้นที่ 100 หุ้น ตัวอย่างเช่น ซื้อ GULF 100 หุ้น ราคาหน่วยละ 50 บาท ต้องลงทุน 5,000 บาท หากราคาขึ้นเป็น 55 บาท กำไรจะเท่ากับ 500 บาท

อีกทางหนึ่งคือซื้อผ่าน CFD (Contract for Difference) ทำให้สามารถเทรดได้ทั้ง long และ short ด้วยเลเวอเรจ ข้อดีคือใช้เงินลงทุนน้อยลงแต่ความเสี่ยงก็สูงขึ้น เลือกโบรกเกอร์ที่มีการควบคุมดีและสเปรดต่ำ เช่น MiTrade ที่มีสัญญาค่าคอมมิชชั่น 0 และเงินฝากขั้นต่ำ $50 ปัจจุบันโบรกเกอร์บางแห่งมีโบนัสต้อนรับสำหรับบัญชีใหม่

ความเสี่ยงและข้อพิจารณาอื่นๆ

แม้หุ้นกลุ่มนี้ถูกมองว่าปลอดภัย แต่ก็มีความเสี่ยง เช่น ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาล ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงราคาพลังงาน ความเสี่ยงด้านการขยายตัวของอุตสาหกรรม หากความต้องการไฟฟ้าเติบโตช้าลง ผลประกอบการของบริษัทก็จะได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ การลงทุนในหุ้นออกแบบ CFD มีความเสี่ยงของการขาดทุนได้สูงขึ้นจากเลเวอเรจ อย่าลงทุนด้วยเงินที่ไม่สามารถเสียได้

สรุป: หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าสำหรับนักลงทุนทั้งแบบเก่าและใหม่

หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน ผู้ที่ต้องการรายได้ประจำสามารถถือเพื่อรับปันผล ผู้ที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงในพอร์ตสามารถใช้หุ้นเหล่านี้เป็นตัวปักหลัก ผู้ที่อาจารย์ต้องการการเติบโตสามารถเลือกบริษัทที่กำลังขยายสาขาใหม่หรือลงทุนในพลังงานสะอาด

ข้อมูลจาก 8 บริษัท ตั้งแต่ GULF ที่มูลค่าสูงสุด ลงไป EA ที่เป้า hybrid portfolio แสดงว่ามีตัวเลือกหลากหลาย การศึกษา P/E, PEG, อัตราการจ่ายปันผล และสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแต่ละบริษัทจะช่วยให้การตัดสินใจลงทุนมีพื้นฐานที่มั่นคง ลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าถือเป็นการเลือกยาวชิด ดั้งผลิตไฟฟ้าอยู่ที่หัวใจของการพัฒนาเศรษฐกิจไทยและการทำงานของสังคมในปัจจุบันและอนาคต

This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
  • รางวัล
  • แสดงความคิดเห็น
  • repost
  • แชร์
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น
  • ปักหมุด